Otto's profile0z 0rt!ZPhotosBlogListsMore Tools Help

   

0z 0rt!Z

...GreenHell Tear...

มีอะไรทิ้งเอาไว้ แล้วเดี๋ยวเข้ามาเช็คเอง เข้ามาทุกวันนั้นละ

ตอนนี้ไม่ไปแสดงตัวที่ไหนเพราะตอนนี้อาศัยอยู่ที่...

สวัสดี

Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
miinkey mizzwrote:
หวาดดรีคร๊า อ๊อส
 
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
 
เราชื่อมิ้งนะค่ะ
 
นานๆอัพเขียนblogที
 
แต่ก้อเรื่อยๆอ่ะค่ะ
 
ไงก้อแวะมาทักทายกันได้เรื่อยๆนะค่ะ
 
MiZ U lolz~
 
 
Nov. 6
December 29

ย้ายบ้านอีกดีกว่า

เนื่องด้วยความไม่สดวกในการใช้งาน..จึงได้ย้ายบ้านไปแล้ว....
November 22

รอยน้ำตาจางๆกลับมาอีกครั้ง

การกลับมาครั้งนี้กลับมาพร้อมๆกับรอยน้ำตาจางๆอีกแล้ว เพราะการกลับไปสู่ทางที่ตัวเองเคยจากมา วันนี้ได้สร้างบาดแผลใหม่ให้เราอีกครั้งนึงแล้ว...
 
หากทางเดียวที่ทำให้เราลืมกันได้คือ
 
"ต้องเกลียดกัน"
 
หากเป็นเช่นนั้นก็คงต้องยอมแล้วละ
 
ทั้งที่คิดว่าจะหมดเรื่องทุกข์เรื่องเศร้าไปอีกหนนึงแล้วแท้ๆ ทั้งที่กลับมาจากงาน Fat แล้วจะหมดเรื่องเศร้ากันไปแล้วแท้ๆ แต่ดูเหมือนว่า ดวงของคนที่ต้องเป็นทุกข์ ไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ก็จะหนีไปจากมันไม่ได้เลย...
 
มันเป็นยิ่งกว่า บูมมาแรง ที่ขว้างไปสุดแรงแล้วก็ยังกลับมา ทำยังไงก็หลีกหนีไปไม่พ้นสักที มีน้ำตาน่ะมันไม่เคยพอเหลือไว้ให้เศร้ากับเรื่องอื่นๆได้เลย โลกนี้มันโหดร้ายเกินไปแล้วจริงๆ...
 
ตอนนี้.... ไร้ที่ไปอีกแล้วละ ไม่มีแม้แต่เพื่อนที่เคยคุ้นด้วยซ้ำ แต่ก็นั้นละ มันจึงต้องทำให้ต้องยิ่งใจแคบให้ได้มากขึ้นกว่านี้เพราะเราเองคงจะปล่อยให้ตัวเองยิ่งเจ็บไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว หากจะต้องเป้นคนใจดำแล้วละก็... เราอาจจะต้องใช้ชีวิตที่เหลืออย่างเจ็บปวดมากกว่านี้ก็ได้ เพราะงั้นคงได้เวลาจะแสดงความไร้น้ำใจที่ไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเราได้อีกต่อไปแล้ว
November 08

ก่อนลุยงาน Fat Fest 8 ...1 วัน

อีกแค่วันเดียวเท่านั้น(จริงๆมันถึงแล้วละ)งาน Fat Fest ที่ถวิลหาก็กำลังจะมาถึงแล้วว
 
ตายแล้วๆๆๆๆๆ ของยังไม่ได้เตรียมเลย เงินก็ยังไม่เข้าเป้า เวลานัดกับเพื่อนก็ยังไม่ชัวว์ จะแต่งยังไงไปยังไม่รู้เลย โอยโย๋ แบบนี้จะรอดไหมเนื้ยยย แต่ถึงจะอย่างงั้นก็ยืนยันว่าไงก็ต้องไปอยู่ดี จริงๆวันเนื้ยะ คือวันงานวันแรก แต่ด้วยเหตุที่งานรัดคอไว้(ย้ำเลยว่ารัดคอ)ไม่ให้ไป เลยอดไปงานในวันแรกไปตามระเบียบ T_T
 
ตอนนี้ก็เหลือแค่เตรียมตัวในพร้อมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เท่าที่ดูตารางโชว์ที่ช่วงวันที่ไปแล้วอื้ม... ยิ่งมืดยิ่งน่าดูแฮะ เห็นว่างานจะมีไปจนถึงเทื่ยงคืน แต่ยังไงก้คงกลับก่อนอยู่ดีละ(นั้นละที่น่าเศร้า) แต่ถ้าพูดกันแล้ว งาน Fat Fest ครั้งแรกในชีวิตมันก้นับว่าคงไม่เลวนักหรอก ต่อไปที่เหลือคือคงต้องให้เพื่อนคู่ใจถ่ายรูปไว้เยอะจะได้เอามาโชว์ใครเค้าได้มั้ง
 
วันนี้ต้องประหยัดเข้าไว้... อดทนไว้ลูกเอ้ยย
November 04

ชีวิตแบบนี้ดีจริงๆแล้วใช่ไหม?

คงไม่ต้องรอให้ใครคนอื่นมาถามหรอก คำถามแบบนี้... "เหนื่อยเกินไปรึเปล่า?"
 
เมื่อถามเช่นนั้นกับตัวเองแล้ว คำตอบที่ได้ก็แน่นอนว่าต้องเหนื่อยมาก...
 
ไม่รู้ว่าชีวิตเรามันเริ่มเหนื่อยหนักขนานนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน อาจะเป็นตั้งแต่ตอนที่รู้ว่าต้องกลับมาอยู่กับชีวิตแบบสันโดด(อย่างไม่ตั้งใจ)อีครั้ง แถมยังไม่ค่อยมีคนเข้าใจอีกตะหาก เฮ้อ.. ข้อนี้ละทีทำให้เหนื่อยจนจะล้มหมอนนอนเสื่อกันเลย
 
มันก็มีละนะ อะไรที่จะทำให้หลายเหนื่อย ออกไปกินไปเทื่ยวซะบ้าง แต่ก็ยังถือว่ายากมาก เพราะต้องทำงานในที่ๆนับวันยิ่งเหมือนคุกบางขว้างเข้าไปทุกที ตอนนี้เลยแทบจะไม่ได้ขยับไปไหนจากหน้าคอมเลยแถมยิ่งกว่านั้นยิ่งใช้ชีวิตใส่กับคอมมากกว่าเดิมซะอีก
 
เฮ้อ... อยากไปสูดอากาศแถว ตจว. กับเค้ามั้งจัง... เฮ้อ.....
October 31

กลับมามีพลังกับชีวิตอีกครั้ง เพราะ..

บทความดีๆบทหนึ่ง.. ที่เหมือนจะเปลื่ยนคนอย่างเราได้...
 

 

อีกหน่อยเราก็ตายจากกัน...แล้วนะ

คนเราอายุเฉลี่ย 60 ปี 1 ปี เท่ากับ 365 วัน แสดงว่าแต่ละคนมีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วัน คิดปลีกย่อยไปกว่านั้นก็ 525,600 นาที ลองนับเป็นสัปดาห์ อืม... ไม่เลว 3,120 สัปดาห์ อุแม่เจ้า....แสดงว่า เรามีโอกาสเที่ยวในคืนวันเสาร์สามพันกว่าครั้งเท่านั้นเอง คิดแบบนี้แล้วไม่กล้าดูนาฬิกา แทบเบือนหน้าหนีจากปฏิทิน เพราะมันไม่ต่างอะไรกับการนับถอยหลังเพื่อรอวันลาโลก ... เปล่าเลยผมไม่ได้กลัวตาย

 

ขอโทษที่หากเรื่องอาจไม่ค่อยขำ แต่ตลอดเวลาที่ใช้เวลาอยู่บนโลกนี้มันน้อยมากหากคำนวนในเชิงตัวเลข ยังมีหนังสืออีกหลายเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน เพลงอีกหลายเพลงยังไม่ได้ฟัง หนังอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู ความรู้สึกในใจอีกมากมายที่ยังไม่เคยบอก พื้นที่อีกหลายล้านตารางกิโลเมตรที่ยังไม่เคยไป โอ๊ย... กลุ้ม

สองหมื่นกว่าวันที่เราได้รับมามัน น้อยเกินไปจริง ๆ และที่น่ากลุ้มไปกว่านั้นคือ ใช่ว่าทุกคนจะอยู่ถึง 60 ปี แน่นอน 1 ปี ยังเท่ากับ 365 วัน นั่นแสดงว่าบางคนไม่ได้มีเวลาบนพื้นโลก 21,900 วันหรอกนะ อาจไม่ถึง 3,120 สัปดาห์ซะด้วยซ้ำ! อุแม่เจ้าเทค 2 คืนวันเสาร์ที่จะได้ไปเที่ยวเหลือไม่ถึง สามพันวันแล้วเหรอเนี่ย!!!! คิดแบบนี้ต้องรียกนาฬิกาขึ้นมาดู กางปฏิทินออกกว้าง ๆ เพราะมันคือเวลาที่เราเหลือ.... บนโลกนี้ นี่ชั้นกำลังทำบ้าบออะไรอยู่...ไม่เลยน้องสาว นี่ไม่ใช่ปรัชญางี่เง่าอะไรทั้งสิ้น หากเป็นความจริงที่ เราไม่ค่อยได้มองมัน

 
เอาล่ะ งั้นสมมติว่าทุกคนอายุ 17 ปี แปลว่าใช้ชีวิตมาแล้ว 6,205 วัน และผ่านคืนวันเสาร์มาพันกว่าครั้ง ส่วนหน่วยนาทีนั้น... คำนวณเองบ้างซิว้อยย... เอาเวลาที่ใช้ไปนั้น หักลบกับเวลา ( ที่คาดว่าจะ) เหลืออยู่ ผลลัพธ์ที่ได้ เราจะทำยังไงกับมันดี... แต่น่าแปลก หลายคนยังยอมทำงานน่าเบื่อ นั่งเอาหัวตากแอร์ไปวัน ๆ ยอมให้คนที่ไม่ใช่พ่อใช่แม่จิกหัวใช้ เพื่ออะไรบางอย่างที่เราเรียกว่า 'เงินเดือน' บางคนทนเรียนอะไรก็ไม่รู้อยู่ 4 ปี ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า รู้แต่ว่าแม่ชอบ ไม่ก็เห็นแค่ว่าเพื่อนเรียน เพียงแค่ตอบตัวเองไม่ได้ว่า กูจะเป็นอะไรดี บางคนแอบรักเขา ซุ่มเลิฟอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความรู้สึกที่ดีลอยไปหาคนอื่น แต่กลับปล่อยให้ใจตัวเองเหลืออยู่แต่ความ รู้สึกต่ำต้อยได้ทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน

บางคนกินทิฐิเป็นอาหาร เก๊กใส่กันไปวัน ๆ ต่างฝ่ายต่างรอให้อีกฝ่ายง้อ คุณแน่ กูแน่ งอนการกุศล ประชดทำลายสถิติ เชิดหยิ่งชิงชนะเลิศ....คุณบ้า และอีกหลายคนนิยมกิจกรรม 'ฆ่าเวลา' ชีวิตมันว่างจัด ขนาดต้องฆ่าเวลากันเลย
บอกตรง ๆ เห็นแล้วอยากตบกบาล เอ็งกำลังทำลายทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดที่มนุษย์ทุกคนพึงจะมี

อีกหน่อยเราก็ตายจากัน...แล้วนะ ลองคิดแบบนี้บ้าง ใช่แล้ว....เราจะเกิดความเสียดาย เพราะเหลืออีกหมื่นแสนล้านที่เรายังไม่ได้ทำ ตายได้ไง หากฝันไม่สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ยอมตาย แต่ให้รีบทำทุกอย่าง ก่อนที่จะตาย... ซึ่งจะเป็นวันไหนก็ไม่รู้ และในเมื่อเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่... มาเตรียมการรอรับวาระสุดท้ายของเราดีกว่า เอาแบบตายวันตายพรุ่งก็จะได้นอนตายตาหลับ ใช้ชีวิตโดยคิดซะว่า....พรุ่งนี้ฉันจะตายแล้ว ทำงานในสิ่งที่เรารัก เสมือนว่าเราจะไม่ได้ทำมันอีก ตามความฝันของเราไปสุดโต่ง ...ต้องรีบแล้ว เดี๋ยวตายนะ...เตือนแล้วไง รักให้หมดใจ บอกเขาไปทั้งหมดที่ความรู้สึกมี ส่วนจะรักหรือไม่รักกู ไม่สนว้อย... เพราะพรุ่งนี้ชั้น(อาจจะ ) ตายแล้ว ใช้เวลา ( ที่อาจจะ) สุดท้ายที่มีต่อกันไว้ กอดกันเหมือนว่านี่เป็นกอดครั้งสุดท้ายของเรา นุ่มนวลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะอย่างน้อย ๆ เราจะได้มีสีหน้าที่ยิ้มแย้มตอนให้สัมภาษณ์ยมบาล

.... คนข้างบ้านเดินแป้นแล้นมาบอกข่าวดี ลูกสาววัย 23 กำลังจะแต่งงาน ในมือมีซองสีชมพูพร้อมการ์ด ลูกสาวอยู่ต่างจังหวัดกับคู่หมั้น แม่เลยต้องมาแจกการ์ดเอง เมื่อกี๊ว่าที่เจ้าสาวเพิ่งโทรมาปรึกษาแม่เรื่องชุดแต่งงาน.... หลังจากนั้น 3 ชั่วโมง เธอตาย .... แต่กว่าคนเป็นแม่จะรู้ข่าวร้าย ก็ปาไป 5 วัน ซองในมือผม กลายเป็นเงินช่วยงานศพ ช่อดอกไม้ กลายเป็นพวงหรีด และทั้งหมดกลายเป็นแรงบันดาลใจ ที่อยากจะบอก ว่าอีกหน่อยเราก็ตายจากกัน... แล้วนะ

อ้าว.... รู้งี้ยังจะมาอ้อยสร้อยอะไรกันอีก รีบแยกย้ายไปใช้เวลาที่เราเหลืออยู่ไปทำทุกอย่างที่เรายังไม่ได้ทำ เดี๋ยวตายซะก่อน .... เสียดายแย่


โดย น้าเน๊ก เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาละกะวงศ์ ณ อยุธยา

 
Photo 1 of 17

Otto Ortiz

Occupation
Location
Interests
ทุกสิ่งในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์ แต่เพราะมันอยู่ด้วยกันได้อย่างลงตัว จึงกลายเป้นสิ่งที่สมบูรณ์ได้
เพลงดีๆที่มีความหมายเหลือเกิน
ลิงค์ส่งต่อจาก Space สู่เว็บ

Custom HTML